ซออู้

ซออู้

ซออู้

ซออู้ เป็นซอสองสาย ตัวกะโหลกทำด้วยกะลามะพร้าว โดยตัดปาดกะลาออกเสียด้านหนึ่ง และใช้หนังลูกวัวขึงขึ้นหน้าซอ กว้างประมาณ 13 – 14 ซม เจาะกะโหลกให้ทะลุตรงกลาง เพื่อใส่คันทวนที่ทำด้วยไม้จริง ผ่านกะโหลกลงไป ออกทะลุรูตอนล่างใกล้กะโหลก คันทวนซออู้นี้ ยาวประมาณ 79 ซม ใช้สายซอสองสายผูกปลายทวนใต้กะโหลก แล้วพาดผ่านหน้าซอ ขึ้นไปผูกไว้กับ ลูกบิดสองอัน ลูกบิดซออู้นี้ยาวประมาณ 17 –18 ซม โดยเจาะรูคันทวนด้านบน แล้วสอดลูกบิดให้ทะลุผ่านคันทวนออกมา และใช้เชือกผูกรั้งกับทวนตรงกลางเป็นรัดอก เพื่อให้สายซอตึง และสำหรับเป็นที่กดสายใต้รัดอกเวลาสี ส่วนคันสีของซออู้นั้นทำด้วย ไม้จริงยาวประมาณ 70 ซม ใช้ขนหางม้าประมาณ 160 – 200 เส้น ตรงหน้าซอใช้ผ้าม้วนกลมๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นหมอนหนุน สายให้พ้นหน้าซอ ด้านหลังของกะโหลกซอ แกะสลักเป็นรูปลวดลายสวยงาม และเป็นช่องทางให้เสียงออกด้านนี้ด้วย

ซออู้

ซออู้มีรูปร่างคล้ายๆกับซอของจีนที่เรียกว่า ฮู – ฮู้ ( Hu-hu ) เหตุที่เรียกว่าซออู้ก็เพราะ เรียกตามเสียงที่ได้ยินนั่นเอง ซอด้วงและซออู้ ได้เข้ามามีบทบาทในวงดนตรีเครื่องสายตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 4 นี่เอง โดยได้ดัดแปลงมาจาก วงกลองแขกเครื่องใหญ่ ซึ่งมีเครื่องดนตรีที่ทำลำนำประกอบด้วย ซอด้วง ซออู้ จะเข้ และ ปี่อ้อ ต่อมาได้เอากลองแขก ปี่อ้อ ออก และเอา ทับกับรำมะนา และขลุ่ยเข้ามาแทน เรียกวงดนตรีชนิดนี้ว่า วงมโหรีเครื่องสาย มีคนเล่นทั้งหมด 6 คน รวมทั้ง ฉิ่งด้วย

เครื่องดีดจะเข้ กระจับปี่ ซึง พิณเพียะ ไหซอง
เครื่องสีซอด้วง ซออู้ ซอสามสาย สะล้อ ซอกันตรึม รือบับ
เครื่องตีเครื่องไม้ระนาดเอก ระนาดทุ้ม กรับ โปงลาง ขิมเครื่องโลหะระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ฆ้องมอญ ฆ้องโหม่ง ฉิ่ง ฉาบ ฆ้องคู่ ฆ้องราว ฆ้องระเบ็งเครื่องหนังกลองแขก กลองมลายู ตะโพน ตะโพนมอญ เปิงมาง กลองทัด กลองยาว กลองสองหน้า โทน รำมะนา กลองสะบัดชัย กลองชาตรี กลองตะโพน กลองมังคละ กลองมโหระทึก
เครื่องเป่ามีลิ้นปี่นอก ปี่กลาง ปี่ใน ปี่ชวา ปี่มอญ ปี่ไฉน ปี่กาหลอ แคน ปี่จุม ปี่อ้อ ปี่แน ปี่ภูไทไม่มีลิ้นขลุ่ยหลิบ ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยอู้ ขลุ่ยกรวด ขลุ่ยนก โหวด เรไร
เครื่องดนตรีอื่นๆอังกะลุง ระนาดแก้ว บัณเฑาะว์
แบ่งตามภาคภาคเหนือสะล้อ (ทะล้อ) ซึง ขลุ่ย ปี่ ปี่แน พิณเปี๊ยะ (พิณเพียะ) กลองเต่งถิ้ง ตะหลดปด (มะหลดปด) กลองตึ่งโนง กลองสะบัดชัยภาคอีสานหืน แคน ปี่ภูไท โหวด พิณ โปงลาง จะเข้กระบือ กระจับปี่ ซอกันตรึม กลองกันตรึม ปี่ไสล กรับคู่ภาคกลางซอสามสาย ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลุ่ย ปี่ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก โทนรำมะนา กลองแขก กลองสองหน้าภาคใต้ทับ กลองโนรา โหม่ง ปี่ กรับพวง (แตระพวง)

ซ อ อู้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิกิประเทศไทย และสถานีย่อย โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะรวบรวมเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับประเทศไทย ถ้าต้องการมีส่วนร่วมโครงการ สามารถเข้าร่วมได้ที่หน้าโครงการ

ซออู้ เป็นส่วนหนึ่งของสถานีย่อย:ดนตรี มีจุดมุ่งหมายที่จะรวบรวมเรื่องทุกอย่าง
เกี่ยวกับดนตรี แนวดนตรี เครื่องดนตรี นักดนตรี
ถ้าต้องการมีส่วนร่วมกับโครงการ สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยเข้าไปที่ หน้ามุมดนตรี

ประวัติที่่มาของซอ
     ซอ
     เป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดสีประเภทเครื่องสายอีกประเภทหนึ่งที่ทำให้เกิดเสียงด้วยการใช้คันชักสีเข้ากับสาย ใช้ประกอบวงเครื่องสาย วงมโหรี วงปี่พาทย์ไม้นวม และวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ มีหน้าที่หยอกล้อยั่วเย้าไปกับทำนองเพลง กระตุ้นอารมณ์ให้สนุกสนาน โดยเฉพาะในการบรรเลงประกอบการแสดงหุ่นกระบอก และการร้องแอ่วให้สอดประสานกลมกลืนกัน ซอที่ใช้อยู่ในวงดนตรีไทย  มี ๓ ชนิดคือ

        ซอสามสาย
        ซอด้วง
        ซออู้

  จากหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดนตรีในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏข้อความในกฎมณเฑียรบาล ซึ่งตราไว้ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ.1991 – 2031) ในกฎมณเฑียรบาลตอนที่ 15 และ 20 อันเป็นบทบัญญัติกำหนดโทษแก่ผู้ที่เล่นดนตรีเพลิดเพลินเกินขอบเขตเข้าไปถึงพระราชฐานขณะล่องเรือผ่านนั้น ปรากฏมีชื่อเครื่องดนตรีระบุไว้ ได้แก่ ขลุ่ย ปี่ ซอ จะเข้ กระจับปี่ โทน ทับ 
ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ ได้บันทึกไว้ว่า “ขบวนเรือยาวที่แห่มารับตัวท่านและคณะว่ามีเสียงเห่ เสียงโห่และเสียงดนตรีประเภทกระจับปี่สีซอดังกึกก้องไพเราะไปทั่วคุ้งน้ำ…”
จะเห็นได้ว่า ในกฎมณเฑียรบาลและในจดหมายเหตุลาลูแบร์ ได้มีการกล่าวถึง “ซอ” ไว้อย่างชัดเจน แต่เสียดายที่ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเป็นซออะไร

PG SLOT GOLD จากค่าย PG Slot พัฒนามาในรูปแบบใหม่ล่าสุดในชั่วโมงนี้ และวินาที่ใครที่ไม่รู้จักควรจะต้องรู้จักไว้เพราะทำให้คุณเป็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่

บทความต่อไป ซอมบี้แลนด์

Recent Posts

เรื่องก่อนหน้า

ไข่ยัดไส้

เรื่องถัดไป

ซอมบี้แลนด์

เมนู