อนาคต

อนาคต

อนาคต เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ 

อนาคต ( future) คือ เหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ต่อจากปัจจุบัน ซึ่งอนาคตไม่สามารหลีกเลี่ยงได้ เป็นความเชื่อที่ว่า ปัจจุบันเท่านั้นที่มีอยู่จริง อนาคตและอดีต นั้นไม่มีจริง เมื่อพูดถึงความเชื่อในด้านต่างๆ เช่น เคราะห์กรรม ชีวิตหลังจากความตาย ในหลายศาสนามีมุมมองที่ว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร เมื่อไหร่คือวันสิ้นโลก บุคคลที่เผยแพร่คำทำนายต่างๆในอนาคต คือ ผู้เผยพระวจนะ และ โหร ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้าง ว่าตนเองมีความสามารถมองเห็น เหตุการณ์ต่างๆในอนาคต และ จะพยายามทำนายออกมา หรือ เรียกว่าพยากรณ์อนาคต 

อนาคต

การมองอนาคต

การมองอนาคต (foresight) คือ การดำเนินการที่มีกระบวนการเป็นระบบแบบแผน ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมาก ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และ สังคม การมองอนาคตไม่ใช่การทำนาย หรือ พยากรณ์ ที่จะมีข้อสรุปออกมาเพียงแบบเดียว

หลักสำคัญของการมองอนาคต

ในการมองอนาคต จะมีหลักการที่เป็นระบบ เพื่อเข้าใจในแรงผลักดันที่เกิดขึ้น ทั้งที่ชัดเจน และ ไม่ชัดเจน ซึ่งมีการวางแบบแผน แนวทาง เพื่อให้ใน future มีแนวทางที่ดี เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ การมองอนาคตในปัจจุบันนี้ ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย จากหลากหลายประเทศ ซึ่งเป็นหลักการที่มุ่งเน้นถึงความพยายาม ของวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ที่จะสร้างความมั่งคั่ง และ การพัฒนา ยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น 

ซึ่งเหตุผล คือ ทำให้ทราบโดยรวมว่า เทคโนโลยีที่แปลกใหม่ จะทำเกิดการเปลี่ยนแปลง ในหลายๆด้าน เช่นสังคม เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และ สภาพแวดล้อมต่างๆ ในอนาคตที่จะมาถึงนี้ ซึ่งวิทยาศาสตร์เป็นส่วนสำคัญ ในการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ ถ้าเราสามารถคิดค้นเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ รัฐบาล และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะจัดสรรงบประมาณ เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านั้น ให้เกิดความรวดเร็วต่อการใช้งาน และ มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

อนาคต

นิยามและเหตุผล

ผู้คนมากมายได้ให้คำนิยามต่างๆ ซึ่งคำนิยามที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด คือ การมองอนาคต เป็นการดำเนินการที่มีกระบวนการ เป็นระบบแบบแผน ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมาก ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม  ซึ่งจะมีความหมายได้หลายอย่าง เช่น

1.การคาดการณ์ที่มีแบบแผนและระบบที่ชัดเจน
2.มีการวางแผนไว้ในระยะยาว อาจจะ 10 ปี หรือ 10 ถึง 35 ปี
3.ในการวางแผนอนาคตจะเป็นกระบวนการที่มีการปรึกษาหารือ ในนักวิทยาศาสตร์ หรือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
4.จะมีเป้าหมาย คือ เทคโนโลยีต่างๆที่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม อย่างมาก ซึ่งจะได้รับการพัฒนา และได้รับการยอมรับจากผู้คน เพื่อได้รับงบประมาณในการพัฒนา ให้เกิดความรวดเร็ว
5.มีเป้าหมายที่จะวิจัยเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจะทำให้ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาที่อาจจะได้รับ ในภายภาคหน้า
6.ให้ความสำคัญกับคุณประโยชน์และโทษ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในสังคม ทั้งจากอุตสาหกรรม และ เศรษฐกิจ การมองอนาคต ไม่ใช่การทำนาย แต่เป็นการสันนิษฐานให้มีความใกล้เคียงที่สุด การมองอนาคต จะเป็นการวางแผนไว้หลากหลายทาง เพื่อให้เกิดความเป็นไปได้ แต่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าได้นั้น จะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยง กับการเลือก และ การปฏิบัติ ในปัจจุบันด้วย

ปัจจุบันการมองอนาคตได้รับการยอมรับในหลายประเทศว่า เป็นวิธีการที่มุ่งเน้นความพยายามของชุมชนชาววิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ที่จะนำไปสู่การสร้างความมั่งคั่ง และ การยกระดับคุณภาพชีวิต เหตุผลพื้นฐาน คือ เป็นที่ตระหนักกันโดยทั่วไปแล้วว่าว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ สังคม และ สภาวะแวดล้อม ในระยะหลายทศวรรษที่จะมาถึง 

ซึ่งพัฒนาการของเทคโนโลยีเหล่านี้ ต้องพึ่งพาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อย่างมาก ดังนั้น ถ้าสามารถระบุเทคโนโลยีที่สำคัญ ซึ่งอยู่ในระยะเริ่มพัฒนาได้ รัฐบาล และ หน่วยงานอื่นๆ ก็จะสามารถจัดสรรทรัพยากร เพื่อการวิจัยในสาขาเชิงยุทธศาสตร์เหล่านั้นได้ เพื่อให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีนั้นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และ รวดเร็ว

ผลลัพธ์ของการมองอนาคต

สิ่งสำคัญในการออกแบบกระบวนการการมองอนาคต คือ การกำหนดจุดมุ่งหมาย ซึ่งเป็นตัวกำหนดลักษณะความสัมพันธ์ กับกระบวนการตัดสิน ใจจุดมุ่งหมายที่เป็นไปได้ 6 ข้อ มีดังนี้ 

– การกำหนดทิศทาง (Direction setting) แนวทางกว้างๆ ของนโยบายวิทยาศาสตร์ และ การพัฒนาทางเลือกต่างๆ
– การจัดลำดับความสำคัญ (Determining priorities) อาจถือเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุด ของการมองอนาคต และ เป็นแรงผลักดัน ที่ประเทศที่ทำการศึกษาส่วนใหญ่เผชิญ ในอันที่จะจัดการกับข้อจำกัดทางทรัพยากร และ ความเรียกร้อง ต่อนักวิจัยที่เพิ่มมากขึ้น
– ความสามารถในการคาดการณ์อนาคต (Anticipatory intelligence) ระบุแนวทางใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะมีบทบาทมาก ต่อการจัดทำนโยบายในอนาคต
– การสร้างความเป็นเอกฉันท์ (Consensus generation) ส่งเสริมให้ นักวิทยาศาสตร์องค์กรที่ให้ความ สนับสนุนทางการเงิน  และ ผู้ใช้งานวิจัย มีความเห็นตรงกันมากขึ้น ในการบ่งชี้ความต้องการ หรือ โอกาส
– การสนับสนุนการตัดสินใจ (Advocacy) ส่งเสริมการตัดสินใจ ในเชิงนโยบาย ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้ ส่วนเสียเฉพาะ ในระบบวิจัย และ พัฒนา
– การสื่อสาร และ การศึกษา (Communication and education) ส่งเสริมการสื่อสารภายในชุมชนวิทยาศาสตร์การสื่อสารภายนอกกับผู้ใช้งานวิจัย  และ การให้การศึกษาแก่ประชาชนทั่วไปนักการเมือง และ ข้าราชการดังนั้น จึงมีกิจกรรมหลากหลาย ที่อาจรวบรวมได้คร่าวๆ ภายใต้เงื่อนไข การมองอนาคตบางกิจกรรมอาจค่อนข้างเก่า ในขณะที่บางกิจกรรมเป็นเรื่องใหม่ 

ในคริสต์ทศวรรษที่ 1990 ได้มีการวิพากวิจารณ์ วิธีการที่ใช้ในการมองอนาคต ในขณะนั้นอย่างมาก และ เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายว่า บริบททางเศรษฐกิจองค์กร และ วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้วิธีการมองอนาคต ตัวอย่างเช่น ออสเตรเลียซึ่งมีเศรษฐกิจขนาดเล็กถึง กลาง มีภาครัฐซึ่งมีบทบาทมากในวิทยาศาสตร์พื้นฐาน แต่มีภาคเอกชนที่อ่อนแอ ในการวิจัย และ พัฒนา และ มีเศรษฐกิจที่เน้นสินค้าวัตถุดิบ ย่อมต้องพิจารณาเป้าหมายอนาคตที่แตกต่างจากประเทศเศรษฐกิจชั้นนำอย่างญี่ปุ่น ที่มีพื้นฐานอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง ทรัพยากรธรรมชาติจำกัด และ เทคโนโลยีชั้นสูงที่พัฒนาแล้ว

Definition and reason

Now, looking to the future is recognized in many countries as It is an approach that focuses on the efforts of the scientific and technological community to contribute to the creation of wealth and the enhancement of the quality of life. The fundamental reason is that it is generally realized that new technologies It may change the face of industry, economy, society and environment in the coming decades.

Which developments of these technologies Must rely heavily on scientific advances, so if important technology can be identified Which is in the initial development stage, the government and other agencies Will be able to allocate resources For research in those strategic fields To be able to develop that technology Efficiently and quickly

ติดต่อเรา

Recent Posts

เรื่องก่อนหน้า

มักกะโรนี

เรื่องถัดไป

ท่องเที่ยวไทย

เมนู