อะไรเอ่ย

อะไรเอ่ย

อะไรเอ่ย ปัญหาหรือคำถามที่ผู้ถามอาจถามโดยตรงหรือโดยอ้อม

อะไรเอ่ย หมายถึงปัญหาหรือคำถามที่ผู้ถามอาจถามโดยตรงหรือโดยอ้อม คำถามอาจแสดงเป็นคำธรรมดาในรูปแบบร้อยแก้ว หรือจะมีสัมผัสของภาษากลอนภาษาที่ใช้สั้นง่ายกระชับ แต่ตีความยากในบางปริศนาคำตอบมักพบเห็นได้ในชีวิตประจำวันในเวลานั้นและในบางคำถามก็มีโครงเรื่องสำหรับคำตอบ ซึ่งผู้ตอบต้องใช้การสังเกตความคิดและชั้นเชิงในการหาคำตอบ

อะไรเอ่ย

เมื่อใดได้ยินต้นของประโยค

เมื่อใดก็ตามที่เขาได้ยินสิ่งที่พูดในตอนต้นของประโยคผู้ฟังจะรู้ได้ทันทีว่า ประโยคที่จะได้ยินนั้นต้องเป็นปริศนาหรือการคาดเดา การพิชิตตัวอย่างนี้หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้าง แต่นำมาเกี่ยวเพื่อแสดงให้เห็นว่าคนไทยในอดีต เป็นคนช่างคิดบทกวีสามารถผูกพืชผักสัตว์ หรืออวัยวะที่อยู่ใกล้เคียงมาผูกเป็นปริศนาเพื่อคาดเดา ที่สามารถใช้ฝึกทั้งการคิดสัมผัสและการใช้คำเปรียบเปรยนอกจากนี้ยังให้ความสนุกสนานอีกด้วย

ที่มาของปริศนา ปริศนาปริศนาที่เกิดจากความต้องการที่จะลองใช้ภูมิปัญญาร่วมกัน ดังนั้นจึงมีปริศนาในสมัยก่อนเป็นที่นิยมในทั้งเด็กและผู้ใหญ่ บ่อยครั้งที่พวกเขาเล่นในเวลาว่างจากการทำงาน

ลักษณะของปริศนา
1.นิยมใช้คำคล้องจองกันโดยไม่ จำกัด จำนวนคำในแต่ละวรรค เป็นข้อความสั้น ๆ กะทัดรัดหรือจะผูกเป็นปริศนาก็ได้ ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นคนเก่งโคลงทำให้ง่ายต่อการจดจำ
2.เนื้อหามักจะนำมาจากสิ่งรอบตัวเราเช่นสิ่งของคนสัตว์ผักพืชเวลาสถานที่เครื่องใช้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติสติปัญญา ฯลฯ โดยผู้ที่ผูกปริศนาต้องเป็นคนช่างสังเกต จากนั้นนำสิ่งที่สังเกตเห็นมาผูกเป็นปริศนาให้คนอื่นใช้แก้หรือทำนาย
3.จำนวนคำถามที่เป็นปัญหามีความยาวไม่เท่ากันกล่าวคืออาจมีเพียงหนึ่งตอนสองสามตอนหรือมากกว่านั้น แต่ทุกข้อความจะเป็นคำตอบโดยนัย ซึ่งเมื่อนำคำตอบมารวมกันจะเป็นลักษณะของการคาดเดา
4.ไม่นิยมถามโดยตรง แต่ใช้การเปรียบเทียบ
5.มีความท้าทายให้ผู้แก้ต้องพยายามคิด

ประเภทของปริศนา
ปริศนาเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเช่น สิ่งที่กล่าวว่าเขียวชอุ่มเป็นพุ่มไม่มีใบมีเพียงลูกปัด = ฝน
1.ปริศนาเกี่ยวกับพืชเช่นอะไร?
2.ปริศนาเกี่ยวกับสิ่งที่สัตว์พูดสี่เท้าเดินไปที่หลังคาสังกะสี = เต่า
3.ปริศนาเกี่ยวกับอาชีพ ที่ว่ากันว่าฝั่งนี้คือเขาเรือสำเภาแล่นอยู่ตรงกลาง = กี่ทอ.
4.ปริศนาเกี่ยวกับอวัยวะอะไรเอ่ยไม่ใกล้ไม่ไกลไม่เห็นอะไรเลย = จมูก
5.ปริศนาเกี่ยวกับศาสนา – ประเพณีพูดอะไรหัวเป็นหนามถามไม่ได้พูด = พระพุทธรูป
6.ปริศนาเกี่ยวกับวรรณคดีพระรามชอบสีอะไร? = สิตา
7.ปริศนาเกี่ยวกับภูมิปัญญา What’s on the sky = Master tonal

วิธีการเล่นปริศนา
สมาชิกในครอบครัวหรืออาจจะมีเพื่อนบ้านอยู่ใกล้ ๆ จะนั่งเป็นวงกลมหรือนั่งสบาย ๆ ผู้ทำนายจะผลัดกันทายแล้วแต่ว่าปัญหาใดจะเกิดขึ้น หากมีคำตอบที่ถูกต้องผู้ตอบมีสิทธิลงโทษผู้ทำนายตามที่ตกลงกัน และในทำนองเดียวกันหากคำตอบไม่ถูกต้องผู้ทำนายมีสิทธิ์ลงโทษผู้ตอบ เมื่อทำตามกฎแล้วให้เริ่มทายปริศนาใหม่

ผู้เล่นมีความสนุกสนานเพลิดเพลินสนุกสนานเพื่อพัฒนาจิตใจให้แจ่มใส ฝึกให้ผู้เล่นเป็นคนช่างสังเกตมีความคิดมีไหวพริบในการฝึกสติปัญญาของผู้เล่น
ผู้เล่นจะได้รับความรู้ในด้านต่างๆเช่นสำนวนภาษาสังคมวิทยาและวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เป็นการสร้างความสามัคคีและสร้างมนุษยสัมพันธ์ของผู้เล่นอีกด้วย มันคือการพัฒนาของภาษา เป็นการฝึกให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดดี

อะไรเอ่ย

What does it mean? It refers to a problem or question that the questioner may ask directly or indirectly. The question may be expressed as a simple word in prose. Or there will be a touch of poetry, a language that is short, easy, concise But in some riddles. Answers are often found in everyday life at the time, and in some questions there is a plot for the answer. The respondents must use observation, thinking and tact in finding the answer.

When you hear the beginning of the sentence
Whenever he hears what was said at the beginning of a sentence, the listener will know. The sentence to hear must be a riddle or guess. Conquering this example, many people have probably heard of it. But brought about to show that the Thai people in the past A poetic person can bind plants, vegetables, animals. Or nearby organs to be tied into a puzzle for guessing That can be used to practice both thinking and metaphor, it is also fun.

ติดต่อเรา

Recent Posts

เรื่องก่อนหน้า

slot online th

เรื่องถัดไป

ems tracking thailand

เมนู