เบญจมาศ

เบญจมาศ

เบญจมาศ เป็นไม้ตัดดอกอีกชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกเมืองหนาว

เบญจมาศ เป็นไม้ตัดดอกอีกชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกและใช้ประโยชน์ มีการซื้อขายมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากดอกกุหลาบ (พ.ศ. 2537) เนื่องจากเป็นดอกที่มีรูปทรงสวยงามสีสันสดใสและปลูกง่าย และมีหลายพันธุ์ให้เลือกตั้งแต่พื้นเมืองญี่ปุ่นและจีน เป็นไม้ดอกเมืองหนาวยอดนิยม เนื่องจากมีหลายรูปแบบสีสันสวยงามทนทานต่อการขนส่งมีอายุการใช้งานยาวนานและใช้ได้ในทุกเทศกาลจึงเป็นดอกไม้ที่มีราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ในปัจจุบันการผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในประเทศ

เบญจมาศ

เบญจมาศ

ส่งเสริมการปลูกดอกเบญจมาศให้กับเกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวงโดยมีแผนจะปลูกเฉพาะสายพันธุ์ที่ต้องการของตลาด และพัฒนาเทคนิควิธีการปลูกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและยังเน้นการควบคุมคุณภาพเพื่อให้ได้ผลผลิตตามมาตรฐานดอยคำสร้างรายได้เช่นการเกษตรให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และสร้างรายได้กว่าครึ่งจากการจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับทั้งหมดของมูลนิธิโครงการหลวง

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
การปลูกเบญจมาศที่มีคุณภาพดีควรปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม หากปลูกในพื้นที่ราบฤดูที่สามารถให้ผลผลิตได้คุณภาพดีคือฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์หากต้องการปลูกนอกฤดูเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดีควรปลูกบนที่สูง เนื่องจากสภาพอากาศที่เหมาะสมจึงสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

การตลาด
เบญจมาศเป็นไม้ตัดดอกที่นิยมและซื้อขายกันมาก เนื่องจากการผลิตเพื่อการค้าภายในประเทศยังไม่เพียงพอ ส่งผลให้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเบญจมาศชนิดที่นิยมมากที่สุดในประเทศคือเบญจมาศเป็นช่อ เพราะสามารถดูแลได้ง่ายกว่าเก๊กฮวยดอกเดี่ยว และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายประเภทของเบญจมาศที่เป็นที่ต้องการของตลาดและได้รับการสนับสนุนให้ผลิตในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวง

วิธีการขยายพันธุ์
การส่งเสริมการปลูกเบญจมาศของฝ่ายดอกจะใช้วิธีขยายพันธุ์การปักชำ พืชที่ดีจะต้องผลิตจากแปลงแม่พันธุ์เท่านั้น และพืชควรมาจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและนำไปขยายพันธุ์ในโรงเรือนที่มีระบบมาตรฐานปัจจุบันการผลิตดอกเบญจมาศเพื่อการค้าของกรมดอกที่ได้มาตรฐานใน 1 ปีจะสามารถให้ผลผลิตได้ถึง 2 ล้านต้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึกอ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ขั้นตอนการผลิตดอกเบญจมาศ
1.นำพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไปปลูกในแปลงเพาะหรือภาชนะเพาะ พื้นผิวประกอบด้วยทรายหยาบร่อน และขี้เถ้าแกลบที่ล้างแล้วเพื่อลดความเป็นด่างโดยผสมในอัตราส่วน

1:2 และควรให้ปุ๋ยทางใบเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต ในช่วง 1-2 สัปดาห์ควรวางต้นกล้าในสภาพที่มีหมอกและมีการควบคุมความชื้นที่เหมาะสม เมื่อต้นกล้าอายุประมาณ 1 เดือนสามารถทำได้ 2 วิธีคือการปักชำต้นกล้า เมื่อรากเจริญเติบโตแล้วจึงย้ายไปปลูกในต้นแม่อีกครั้งเพื่อให้ได้ต้นแม่ที่แข็งแรง และอีกวิธีหนึ่งคือสามารถนำต้นกล้าจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไปปลูกเป็นพ่อแม่พันธุ์

2.เตรียมแปลงหว่าน 1-1.0 เมตรระยะปลูก 15 ซม. หรือ 20 ซม. แปลงปลูกที่ดีควรมีสภาพดินที่เหมาะสมและภายใต้เรือนกระจกที่สามารถควบคุมแสงเพื่อให้ต้นเก๊กฮวยอยู่ในสภาพที่ยาวนานโดยจะให้แสงสว่างตั้งแต่วันแรกจนถึงสิ้นสุดการผลิต โดยให้แสงสว่างเพิ่มเติมในช่วงกลางคืนวันละ 4 ชั่วโมงระดับความเข้มของแสงไม่น้อยกว่า 100 ลักซ์

3.การผลิตดอกเบญจมาศสายพันธุ์มีขั้นตอนดังนี้
3.1 การเพาะชำกิ่ง 15 วัน
3.2 ปลูกจนอายุ 10 วันจึงเก็บยอด
3.3 ปลูกใหม่ 3 หน่อต่อต้น
3.4 หลังจากถอดยอดประมาณ 25-35 วันรุ่นแรกสามารถตัดได้โดยมีใบ 2 คู่และความยาวของการตัด 5-7 ซม.
3.5 หน่อที่ถูกตัดออกจะถูกแช่อยู่ในฮอร์โมนแล้ว หากไม่จำเป็นต้องปักชำทันทีให้เก็บไว้ในห้องเย็น (อุณหภูมิประมาณ 0-3 องศาเซลเซียส) ก่อนนำไปชำและเก็บไว้ได้ 15-20 วัน.
3.6 หน่อใหม่ที่แตกหน่อให้ทิ้งกิ่งละ 1 หน่อ (1 ต้นมี 3 กิ่ง)
3.7 หลังจากปักชำครั้งแรกประมาณ 15 วันสามารถตัดหน่อรุ่นที่ 2 เหลือ 1 คู่แล้วดำเนินการตามข้อ 3.5
3.8 โดยต้นเดียวสามารถตัดหน่อได้ 3-4 ครั้งด้วยความระมัดระวัง

4.เด็ดกิ่งจากต้นแม่ กิ่งควรมีความยาว 5 ซม. และวิธีการตอนกิ่งหลังจากเด็ดกิ่งทำได้ 2 วิธีคือเมื่อสกัดจากต้นแม่พันธุ์แล้วนำไปปลูกทันที หรือนำไปเก็บไว้ในห้องเย็นอุณหภูมิ 1-2 องศาเซลเซียสซึ่งก่อนเก็บควรชุบฮอร์โมนเร่งรากแล้วบรรจุในถุงพลาสติกที่เจาะรูระบายอากาศ และพับปากถุงก่อนบรรจุในภาชนะที่เหมาะสมซึ่งวิธีนี้สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1 เดือน

5.การนำกิ่งไปปักชำ สำหรับกิ่งที่มีการควบคุมการผลิตที่ดีเมื่อชำแล้วจะสมบูรณ์ และสามารถเติบโตได้เร็วในฤดูร้อนและฤดูฝนใช้เวลาประมาณ 15 วันและฤดูหนาวใช้เวลาประมาณ 1 เดือน สิ่งสำคัญคือต้องปักชำในพืชพ่นหมอกควันที่มีการควบคุมความชื้นซึ่งอาจเป็นระบบควบคุมอัตโนมัติ

เบญจมาศ

Chrysanthemum is another popular cut flower plant and used. It is the second most traded in the world after the rose (1994) because it is a beautiful shape, colorful and easy to grow. And there are many varieties to choose from, from native to Japan and China. It is a popular winter flowering plant.

Because it comes in many styles, beautiful colors, is durable for shipping, is long-lasting and can be used at all festivals, it is a well-priced flower that is sought after in the market. But at present, the production is not enough to meet the needs of domestic consumers and developing techniques for planting to be more efficient and also focus on quality control in order to obtain products.

ติดต่อเรา

บทความต่อไป ประชุม

Recent Posts

เรื่องก่อนหน้า

boot

เรื่องถัดไป

กินภาษาอังกฤษ

เมนู