Cinnamon

Cinnamon

Cinnamon หรือ อบเชย ที่สามารถนำไปปรุงแต่งรสชาติ และยังสามารถช่วยในการ รักษาได้อีกด้วย

Cinnamon หรือ อบเชย ที่สามารถนำไปปรุงแต่งรสชาติ และยังสามารถช่วยในการ รักษาได้อีกด้วย

Cinnamon

Cinnamon เป็นสมุนไพรจีน ที่มีรสชาติหวาน และ มีกลิ่นที่ฉุน นิยมนำไปใช้อย่างแพร่หลาย ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปลือกของอบเชยมักจะถูกนำมาบดให้กลายเป็นผง เพื่อใช้ในการบริโภคอาหาร หรือ ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก สบู่ และ ยารักษาโรค เป็นต้น และ ยังเป็นที่นิยมในการ ใช้รักษาของแพทย์แผนจีนโบราณ 

Cinnamon คืออะไร

Cinnamon คือการที่นำ เปลือกของต้นอบเชย นำมาใช้เป็นเครื่องเทศ และ เป็นยาสมุนไพร มักนำมาใช้ในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ในเลือด ช่วยเกี่ยวกับอาการปวดท้อง จุกแน่น ขับลม ท้องเสีย กระตุ้นความอยากอาหาร ปวดท้องเมน เป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ การติดเชื้อแบคทีเรีย และ พยาธิต่างๆ

อบเชย มีประโยชน์อย่างไร

น้ำมันในอบเชยมีประโยชน์และความสามารถในการช่วย ในเรื่องของการลดการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ขับลมได้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร และอีกอย่างนึงในอบเชยยังมีสารที่สามารถช่วย ลดอาการดื้อของอินซูลิน ลดระดับน้ำตาลในเลือด และ ช่วยกระตุ้นให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น

สารแทนนิน (Tannins) ในอบเชย ช่วยในการรักษาแผล และ ช่วยป้องกันท้องเสีย

สารคูมาริน (Coumarin) พบในอบเชยเป็นพิษต่อตับ โดยสารนี้จะพบน้อยที่สุดในอบเชยเทศ (Ceylon cinnamon) ดังนั้นหากต้องการใช้ขนาดสูง จึงควรเลือกอบเชยชนิด นี้

อบเชย มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องอะไรบ้าง

. ต้านทานแบคทีเรียและไวรัส

ผลจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้บอกไว้ว่า อบเชยสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราได้ และสาร cinnamaldehyde ก็ยังถือเป้นส่วนประกอบหลักที่มีสรรพคุณต ในการต้านเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเข้าสู่เซลล์ได้นั่นเอง

ช่วยลดการอักเสบ

อบเชยมีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดหัว ปวดข้อ และ อาการอักเสบต่างๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดีเพระส่วนประกอบสำคัญที่ชื่อว่า cinnamyl alcohol มีคุณสมบัติในการปล่อยฮีสตามีนออกจากร่างกาย ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวนี้ได้ผ่านการพิสุจน์จากห้องปฏิบัติการหลายแห่งแล้วว่าช่วยต้านการอักเสบได้อย่างแท้จริง

บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน

ผู้หญิงที่มีอาการ ปวดท้องประจำเดือน การที่รับประทานอบเชย ในช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยบรรเทา อาการปวดท้องประจำเดือนให้ ลดน้อยลงได้ เนื่องจาก อบเชยมีสรรพคุณ ช่วยในการลดอาการตกเลือด ในระหว่างที่มีประจำเดือน และลดอาการปวดท้องลงได้เป็นอย่างดี โดยวิธีการทรับประทานคือ การโรยผงอบเชยลง ในเครื่องดื่มอุ่นๆ เช่น โกโก้ร้อน ก็จะช่วย ให้อาการปวดท้องดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

กระตุ้นการทำงานของสมอง

อยากให้สมอง ได้รับการกระตุ้น เพื่อการทำงานที่เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ ทำได้ไม่ยาก เพราะ เพียงแค่ทานอบเชย เป็นประจำ ก็สามารถช่วยได้แล้ว โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ และ โรคพาร์กินสัน ดดยที่อบเชยมีหน้าที่ในการกระตุ้นโปรตีนที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ กระตุ้นประสาท และ ลดความเครียดลงได้เป็นอย่างดี

รักษาระดับน้ำตาลในเลือด

อบเชยมีสรรพคุณช่วยรักษา และ ลดระดับน้ำตาลในเลือดจึงเป็นอาหารชั้นเลิศที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยหน้าที่ของอบเชยจะเข้าไปปิดกั้น เอนไซม์ บางชนิดที่เรียกว่าอะลานีน ซึ่งอะลานี นี้ก็จะดูดกลูโคสเข้าสู่เส้นเลือด หากคุณเพิ่งกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงเข้าไป อบเชยก็จะช่วยลดประมาณน้ำตาลในเลือดลงนั้นเอง

ช่วยลดกลิ่นปาก

จากผลการวิจัยน้ำมันกานพลู และ อบเชย ก็ได้ค้นพบว่า อบเชยเป็นสมันไพรที่มีคุณสมบัติในการกำจัดแบคทีเลียในช่องปากและช่วยลดกลิ่นปากได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะฉะนั้น การทานอาหารที่มีอบเชยผสมอยู่จึงทำให้คุณมั่นใจถึงการมีสุขภาพช่องปากที่ดีได้อย่างแน่นอน

อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

อาหารที่มีสารต้าน อนุมูลอิสระ นับว่ามีความจำเป็น ต่อร่างกายอย่างมากมาย เพราะจะช่วยชะลอ ความเสื่อมสภาพของร่างกาย ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ผิดปกติ โดยจะช่วยป้องกันมะเร็งได้ซึ่งจากการวิจัย ค้นพบว่า อบเชยถือเป็นสมุนไพร ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระไม่น้อยเช่นกัน

รับประทานอบเชยอย่างไร ให้ปลอดภัย

แม้ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลด้าน ปริมาณที่เหมาะสม ในการรับประทานอบเชย แต่การรับประทานเปลือกอบเชยเป็นส่วนผสมอาหารหรือใช้เป็นยารักษาโรคตามคำแนะนำของแพทย์นั้นค่อนข้างปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ 

อย่างไรก็ตาม การบริโภคอบเชยอาจไม่ปลอดภัย หากรับประทานปริมาณมากเกินไปหรือรับประทานน้ำมันอบเชย เพราะอาจเกิดการระคายเคืองต่อผิว เยื่อเมือก กระเพาะอาหาร ลำไส้ ทางเดินปัสสาวะ และทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น ท้องเสีย อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม เป็นต้น 

ส่วนบุคคลในกลุ่มต่อไปนี้ ควรระมัดระวังในการรับประทานอบเชยเป็นพิเศษ

ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือ อยู่ในช่วงที่ต้องให้นมบุตร การรับประทานอาหาร ที่มีส่วนผสมของอบเชยนั้นค่อนข้างปลอดภัย แต่ไม่ควรรับประทาน ในปริมาณมาก เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เพียงพอ 

โรคเบาหวาน ควรหมั่นตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือด และสังเกตอาการในระหว่างรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของอบเชย เพราะอบเชยอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดรับประทานอาหาร ที่มีส่วนผสมของอบเชยอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะอบเชยอาจ กระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด และ การควบคุมระดับ น้ำตาลในเลือดทั้งในระหว่าง และ หลังการผ่าตัด

วิธีการเลือก และ วิธีการใช้บริโภค(เพิ่มเติม)

สำหรับคนที่ เป็นโรคเบาหวาน ควรรับประทานอบเชย 1-6 กรัม ต่อวัน โดยการที่รับประทาน กับ อาหารมื้อที่มี คาร์โบไฮเดรต

เราควรที่จะเลือกอบเชยจำพวก อบเชยเทศ (Ceylon cinnamon) ถึงแม้ว่าอบเชยจะมีสารที่มีประโยชน์มากมาย แต่ยังไงก็ตามอบเชยยังมีสารคูมาริน (Coumarin) ซึ่งอาจเป็นพิษต่อตับ หากกินปริมาณมากเกินไป โดยที่สารขนิดนี้จะพบน้อยที่สุดในอบเชยเทศ ดังนั้นหากเลือกได้จึงควรเลือกอบเชยชนิดนี้

ยังไงก็ตาม ผู้บริโภคอบเชยควรศึกษาข้อพิสูจน์หรือหลักฐานทางการแพทย์ที่ช่วยยืนยันสรรพคุณ ประโยชน์ และความปลอดภัยของอบเชย ก่อนที่จะบริโภคอบเชย อ่านเพิ่ม

บทความต่อไป CloudFlare

Recent Posts

เรื่องก่อนหน้า

google translation

เรื่องถัดไป

visual studio

เมนู